เรื่องรวมของหอยมุก
หอยมุก การเลี้ยงหอยมุกที่ตั้งอยู่เป็นแพกลางทะเลนั้น นิยมเลี้ยงในบริเวณร่องน้ำลึก เพราะบริเวณนี้จะมีแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารของหอยมุกอยู่เป็นจำนวนมาก และหอยมุกแต่ละประเภทก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน
หอยมุก Mabe (อ่านว่า มา-เบ)
เป็นหอยมุกที่ต้องใช้นิวเคลียสในการสร้างไข่มุกแบบครึ่งซีกเท่านั้น จะใช้แบบวงกลมไม่ได้ เพราะหอยจะคายนิวเคลียสออก วิธีการสร้างไข่มุกก็จะต้องใช้เครื่องมือง้างเปลือกหอยให้อ้ากว้างออก และใส่นิวเคลียสเข้าไป จากนั้นก็รอเวลาประมาณ 10 เดือน 1 ปี หอยก็จะสร้างสารมุกมาเคลือบนิวเคลียสนั้นทีละชั้นๆ จนเมื่อครบกำหนดเวลาก็จะเกิดเป็นไข่มุกสวยงามขึ้นมา แต่เพราะนิวเคลียสที่ใช้นั้นเป็นพลาสติกครึ่งซีก มุกที่ได้ก็จะออกมาเป็นครึ่งซีกเช่นกัน ดังนั้นเมื่อแกะมุกออกมาแล้วก็จะต้องแงะพลาสติกที่ใช้เป็นนิวเคลียสด้านในออก แล้วเอาเรซินใส่เข้าไปแทน จากนั้นก็เอาเศษเปลือกหอยมุกตัวนั้นมาปิดทับ แล้วนำไปขัดให้ดูกลมกลืนอีกที มุกที่ได้จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-10 มิลลิเมตร
หอยมุก Akoya
เป็นหอยมุกที่สร้างไข่มุกขนาดเล็กที่สุดในโลก คือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-10 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง แต่นิวเคลียสที่ใช้จะไม่เหมือนกับ Mabe ที่ใช้พลาสติกครึ่งซีก แต่จะใช้เป็นเปลือกหอยน้ำจืดที่ส่งตรงมาจากรัฐมิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา นำมาทำให้เป็นทรงกลม แล้วเอาไปใส่ไว้ในเปลือกหอย แต่หอยมุก Akoya จะคายนิวเคลียสออกมาถึง 3 ครั้ง ก่อนจะยอมรับสิ่งแปลกปลอมนั้นไว้ในเปลือกของมัน และสร้างสารมุกออกมาเคลือบ สำหรับมุก Akoya นั้นจะใช้เวลาสร้าง 1 ปีครึ่ง 2 ปี กว่าจะได้มาแต่ละเม็ด ซึ่งการเพาะเลี้ยงหอยมุกชนิดนี้จะมีมากที่ประเทศญี่ปุ่น และจีน
หอยมุก South Sea
หอยประเภทนี้จะตรงข้ามกับ Akoya คือสามารถสร้างมุกได้เม็ดใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 2 เซนติเมตร เรียกว่ามีขนาดเท่าๆ กับเหรียญบาทเลยทีเดียว หอยมุกประเภทอื่นๆ จะสร้างมุกได้แค่ครั้งเดียว จากนั้นก็นำมากินได้เลย แต่สำหรับหอยมุก South Sea นั้นมีความพิเศษ เพราะมีอายุถึง 15 ปี และสามารถสร้างมุกได้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกใช้เวลา 5 ปี ครั้งที่สอง 3 ปี และครั้งสุดท้ายใช้เวลา 2 ปีครึ่ง
ในส่วนสีของไข่มุกก็จะขึ้นอยู่กับ ลิบ หรือแถบสีของเปลือกหอยมุกตัวนั้น ถ้าหากเอานิวเคลียสไปวางไว้ในช่วงแถบสีขาวก็จะได้ไข่มุกสีขาว หรือหากวางไว้ในช่วงแถบที่ออกสีชมพู ก็จะได้ไข่มุกสีชมพู บางคนอาจมีข้อสงสัยแบบโลภๆ ว่าถ้าอยากได้ไข่มุกเม็ดโตๆ ก็ใช้นิวเคลียสอันใหญ่ๆ ไปเลยไม่ได้หรือ ก็คือ ถ้าหากใช้นิวเคลียสอันใหญ่ สารมุกที่เคลือบก็จะบาง ทำให้ได้มุกที่ดูใสๆ ไม่มีเนื้อมุกเท่าที่ควร หากนำไปส่องกับไฟก็อาจจะมองเห็นนิวเคลียสที่อยู่ภายในเลยก็ได้
หลักการดูมุก
การดูมุกแท้หรือมุกเทียมแบบง่ายๆก็คือ การใช้ไข่มุกมาขัดถูกันเบาๆ (ขอย้ำว่าให้ถูเบาๆ มิฉะนั้นไข่มุกจะเกิดริ้วรอยได้) ถ้าหากว่ามีความรู้สึกหยาบๆ สากๆ แสดงว่าเป็นมุกแท้ เพราะความสากนั้นเกิดจากสารมุกที่เคลือบเป็นชั้นๆ นั่นเอง แต่ถ้านำมาถูกันแล้วรู้สึกลื่นๆ ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมุกเทียม และเมื่อได้สัมผัสแล้ว มุกแท้จะมีความเย็นมากกว่ามุกเทียม
การดูแลรักษามุก
เมื่อเลือกมุกซื้อมุกได้แล้ว การเก็บรักษาไข่มุกก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน การเก็บที่ถูกวิธี จะต้องเก็บไข่มุกให้ห่างจากเครื่องสำอาง เช่น สเปรย์ฉีดผม เพราะสารเคมีในเครื่องสำอางนั้นจะทำให้ความมันวาวของไข่มุกลดลง รวมถึงเหงื่อด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อใช้เครื่องประดับจากไข่มุกแล้ว ก็ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าฝ้าย และแยกเก็บไว้ต่างหากจากเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ เพื่อป้องกันรอยขูดขีด |